ค่าตอบแทน averaging ของงานกฎหมายต่างประเทศที่ทนายความ freelance รับได้
ทนายความ freelance คือใคร และทำไมตลาดนี้จึงโตในไทย
คำว่า ทนายความ freelance ในวงการกฎหมายไทยไม่ได้หมายถึงคนที่ไม่มีใบอนุญาต แต่หมายถึงผู้ที่ถือใบอนุญาตว่าความจากสภาทนายความแล้วเลือกทำงานแบบอิสระ ไม่สังกัดสำนักงานใดสำนักงานหนึ่ง รายได้มาจากงานที่รับเป็นรายเคสหรือรายชั่วโมง กลุ่มนี้เติบโตชัดเจนหลังปี 2563 เมื่อสำนักงานกฎหมายขนาดกลางเริ่มจ้างงานแบบ outsource มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนประจำและกระจายงานตามปริมาณคดี
งานที่ไหลเข้าสู่มือ freelance ส่วนใหญ่ไม่ใช่คดีอาญาในศาล แต่เป็นงานเอกสารและการตรวจสัญญา เช่น การแปลและตรวจสัญญาตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ การตรวจสัญญาเช่าอาคารสำนักงานสำหรับบริษัทข้ามชาติ และงาน due diligence ก่อนควบรวมกิจการขนาดเล็ก งานเหล่านี้ต้องการทักษะภาษาอังกฤษและความรู้กฎหมายพาณิชย์มากกว่าการว่าความในห้องพิจารณา
อีกเส้นทางที่คนมักมองข้ามคือ legal BPO services หรือการรับงานกฎหมายแบบ outsourced จากสำนักงานในต่างประเทศ เช่น สำนักงานในสหรัฐที่ต้องการคนช่วยตรวจเอกสาร immigration law หรือจัดทำสัญญาจ้างแรงงานสำหรับลูกค้าที่ลงทุนในไทย งานลักษณะนี้จ่ายเป็นรายชั่วโมงและมักทำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ต้องระวังว่าให้คำปรึกษากฎหมายต่างประเทศโดยตรงไม่ได้หากไม่มีใบอนุญาตในประเทศนั้น
ใบอนุญาตและข้อจำกัดที่ freelance ต้องเข้าใจก่อนรับงาน
หัวใจของงานนี้คือข้อจำกัดทางวิชาชีพ ทนายความไทยให้คำปรึกษากฎหมายไทยได้เต็มรูปแบบ แต่หากลูกค้าถามเรื่อง nationality law ของประเทศอื่น หรือสอบถามเรื่อง common law marriage ในรัฐเท็กซัส ต้องตอบให้ชัดว่าเราให้ได้เพียงข้อมูลเบื้องต้นและต้องประสานทนายความในเขตอำนาจนั้น การฝ่าฝืนข้อนี้เคยทำให้มีผู้ถูกร้องเรียนต่อสภาทนายความมาแล้ว
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต การทำงานในลักษณะ law group หรือทีมกฎหมายอิสระต้องมีทนายความผู้รับผิดชอบลงนามกำกับทุกฉบับ การฝึกงาน 6 เดือนในสำนักงานที่ขึ้นทะเบียนได้ยังคงเป็นข้อบังคับ และต้องผ่านการสอบความรู้กฎหมายของสภาทนายความก่อนขอใบอนุญาตว่าความ
ค่าตอบแทนที่พบได้จริงในตลาด
งานตรวจสัญญาทั่วไปอยู่ที่ 3,000–8,000 บาทต่อฉบับ งานแปลสัญญาไทย-อังกฤษที่มีผลผูกพันทางกฎหมายอยู่ที่ 1,500–3,000 บาทต่อ 10 หน้า งานที่ปรึกษารายเดือนสำหรับบริษัทขนาดเล็กอยู่ที่ 15,000–35,000 บาท ขึ้นกับขอบเขตงาน ส่วนงาน legal services consulting ที่ลูกค้าต่างชาติต้องการคำอธิบายกฎหมายไทยประกอบการลงทุน อาจคิดเป็นรายวัน 8,000–15,000 บาท
สิ่งที่มือใหม่มักพลาดคือการไม่คิดค่าปรึกษาเบื้องต้น ลูกค้าจำนวนมากขอคุยฟรีก่อนตัดสินใจ และการคุยหนึ่งชั่วโมงอาจกลายเป็นสามชั่วโมงโดยไม่มีการจ่ายเงิน freelance จำนวนไม่น้อยจึงเริ่มเก็บค่าปรึกษา 1,500–2,500 บาทต่อชั่วโมง และหักลบจากค่าบริการเมื่อลูกค้าตกลงรับงาน
ทักษะที่ทำให้ freelance ได้งานจากสำนักงานต่างประเทศ
สำนักงานกฎหมายในต่างประเทศที่จ้างงาน outsourced ไม่ได้มองหาแค่คนที่อ่านกฎหมายได้ แต่ต้องการคนที่ตอบอีเมลตรงเวลา จัดรูปแบบเอกสารตามมาตรฐานของสำนักงาน และเข้าใจว่าข้อมูลลูกค้าเป็นความลับที่เปิดเผยไม่ได้ ทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่เขียน memo สั้น ๆ ได้ชัดเจนจึงเป็นตัวตัดสินมากกว่าประสบการณ์ในศาล
ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือสำนักงานในเมืองใหญ่ของสหรัฐที่รับคดีด้าน immigration และจ้างคนไทยช่วยตรวจเอกสารประกอบคำร้องสำหรับลูกค้าชาวไทย งานนี้ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตว่าความในสหรัฐ เพราะเป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงและแปลเอกสาร แต่ต้องแม่นเรื่องรายละเอียด เช่น วันหมดอายุหนังสือเดินทาง และประวัติการเดินทางที่ต้องตรงกับระบบของสถานทูต
อีกด้านหนึ่งคือการทำ legal transcription services หรือถอดเทปบันทึกคำให้การและคำพิพากษาเป็นข้อความ งานลักษณะนี้ต้องการความแม่นยำสูงและความเข้าใจศัพท์เฉพาะ คนที่เคยศึกษากฎหมายในหลักสูตรภาษาอังกฤษจะได้เปรียบ เพราะคุ้นกับรูปประโยคในเอกสารสากลมากกว่า
การเรียนต่อในหลักสูตรกฎหมายภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยไทยช่วยสร้างเครือข่ายที่จำเป็น ตัวอย่างเช่น หลักสูตร thammasat law international program ที่มีศิษย์เก่ากระจายอยู่ในสำนักงานระหว่างประเทศ และเป็นแหล่งงาน freelance ที่ส่งต่อกันมาแบบปากต่อปาก ไม่ได้ประกาศในเว็บหางานทั่วไป
จัดการเงินและความเสี่ยงเมื่อทำงานอิสระระยะยาว
รายได้ของทนายความ freelance ไม่สม่ำเสมอ เดือนที่มีคดีเยอะอาจได้เกิน 100,000 บาท แต่เดือนถัดมาอาจเหลือไม่ถึง 20,000 บาท ผู้ที่ทำงานมาระยะหนึ่งมักกันเงินสำรองไว้ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย และจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
อีกเรื่องที่ต้องจัดการคือความรับผิดชอบต่อลูกค้า freelance ส่วนใหญ่ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรระบุขอบเขตงาน ระยะเวลา และค่าปรับกรณีส่งงานช้า เพื่อป้องกันข้อพิพาทที่มักเกิดขึ้นจากความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะงานที่ลูกค้าเข้าใจว่า ‘ตรวจสัญญา’ หมายถึงแก้ไขสัญญาให้ด้วย
ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของเส้นทางนี้คืออิสระในการเลือกงานและความสามารถในการสร้างรายได้จากหลายแหล่งพร้อมกัน แต่ข้อเสียคือไม่มีใครช่วยแบ่งเบาเมื่องานล้นมือ และไม่มีระบบรองรับเมื่อเจ็บป่วยหรือต้องหยุดงาน freelance ที่อยู่รอดในระยะยาวจึงมักเป็นคนที่วางระบบงานเป็นขั้นตอนและรู้ขอบเขตความสามารถของตัวเองชัดเจน
